เมื่อ Apple เปิดตัว iPhone Duo โทรศัพท์พับได้เครื่องแรกของบริษัทเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา แทบไม่มีใครคิดว่าเป็นเรื่องใหม่สุดล้ำ รูปทรงแบบหนังสือ หน้าจอขนาดใหญ่เมื่อกางออก การเปิดสองแอปพร้อมกัน หรือการใช้โทรศัพท์แทนแท็บเล็ตขนาดเล็ก ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้ใช้โทรศัพท์ Android คุ้นเคยกันดีเพราะขายมานานแล้ว
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ทันทีที่ Apple ประกาศว่าจะทำไอโฟนให้พับได้ โทรศัพท์ประเภทนี้ที่เริ่มกลายเป็นเรื่องธรรมดาในวงการเทคโนโลยี ก็กลับมาอยู่ในความความสนใจอีกครั้ง
Apple ไม่ได้เป็นผู้คิดค้น ไม่ได้เป็นผู้เริ่มต้น และไม่ต้องผ่านความผิดพลาดในช่วงบุกเบิกมากเท่ากับคู่แข่ง แต่กลับมีโอกาสได้รับการจดจำในฐานะบริษัทที่ทำให้โทรศัพท์พับได้เข้าสู่ตลาดวงกว้าง เรื่องเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับ Apple เป็นครั้งแรก
มาถึงในวันที่คนอื่นทำทางไว้ให้แล้ว
iPhone Duo มีรูปทรงคล้ายพาสปอร์ต เมื่อพับจะมีหน้าจอด้านนอกขนาด 5.4 นิ้ว และเมื่อกางออกจะกลายเป็นหน้าจอขนาด 7.6 นิ้ว ซึ่งเป็นหน้าจอไอโฟนที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ Apple เคยผลิต
ตัวเครื่องใช้ชิป A20 Pro และได้รับการออกแบบให้รองรับการเปิดหลายแอปบนหน้าจอเดียว รวมถึงการใช้งานในลักษณะกึ่งโทรศัพท์กึ่งแท็บเล็ต บริษัทจะเปิดรับคำสั่งซื้อล่วงหน้าในวันที่ 16 ตุลาคม และวางจำหน่ายวันที่ 23 ตุลาคม Apple
หากผู้ใช้ Samsung จะรู้สึกว่าเคยเห็นสิ่งเหล่านี้มาก่อนก็คงไม่แปลกนัก เพราะ Samsung ทดลองกับโทรศัพท์พับได้มาตั้งแต่หน้าจอยังมีปัญหา บานพับยังไม่ลงตัว ตัวเครื่องทั้งหนาและหนัก และรอยพับกลางจอยังเห็นได้ชัด
ผู้ผลิตรุ่นแรกต้องนำสินค้าที่ยังไม่สมบูรณ์ออกมาเรียนรู้ร่วมกับผู้บริโภค ทุกความผิดพลาดเกิดขึ้นต่อหน้าสาธารณะ และทุกข้อบกพร่องมีราคาที่บริษัทต้องจ่าย
Apple ไม่ได้ร่วมรับความเสี่ยงในช่วงนั้น บริษัทปล่อยให้ตลาดเป็นห้องทดลองขนาดใหญ่ เฝ้าดูว่าผู้ใช้ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และปัญหาใดควรได้รับการแก้ไข ก่อนนำผลิตภัณฑ์ของตนเองออกมาเมื่อเทคโนโลยีเริ่มเข้าที่
Samsung จึงต้อนรับการมาถึงของ iPhone Duo ด้วยน้ำเสียงประชดประชัน พร้อมย้ำว่าตนเดินอยู่บนเส้นทางนี้มาตั้งแต่ปี 2019 และพัฒนาผลิตภัณฑ์มาแล้วแปดรุ่น Reuters
คำประชดนั้นมีเหตุผลอยู่ไม่น้อย แต่ในทางธุรกิจการมาถึงก่อนก็ไม่ได้รับประกันว่าจะเป็นผู้กำหนดทิศทางของตลาดในท้ายที่สุด
Apple ไม่ได้ขายความใหม่ แต่ขายความพร้อม
Apple ไม่ค่อยรีบนำเทคโนโลยีใหม่ออกสู่ตลาด บริษัทมักรอให้ปัญหาหลักได้รับการแก้ไข ระบบการผลิตมีความพร้อม และผู้บริโภคเริ่มเข้าใจว่าจะใช้เทคโนโลยีนั้นทำอะไร
บริษัทไม่ได้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต นาฬิกาอัจฉริยะ หรือหูฟังไร้สายเป็นรายแรก แต่สามารถนำผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมาเชื่อมกับซอฟต์แวร์และบริการของตน จนผู้ใช้รู้สึกว่าอุปกรณ์แต่ละชิ้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
ความได้เปรียบของ iPhone Duo จึงอาจไม่ได้อยู่ที่บานพับหรือหน้าจอ ซึ่งคู่แข่งพัฒนามาไกลแล้ว แต่อยู่ที่การทำให้โทรศัพท์พับได้ทำงานร่วมกับ Mac, iPad, Apple Watch แอป และบริการต่าง ๆ ในระบบของ Apple ได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ใช้ไอโฟนจำนวนมาก นี่ไม่ใช่การย้ายไปเรียนรู้โทรศัพท์ประเภทใหม่ แต่เป็นการเพิ่มอุปกรณ์อีกรูปแบบหนึ่งเข้าไปในระบบเดิมที่คุ้นเคยอยู่แล้ว
สิ่งที่ Apple นำมาขายจึงไม่ใช่เพียงโทรศัพท์ที่พับได้ หากรวมถึงความเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีนี้ผ่านช่วงทดลองมาแล้ว และพร้อมให้คนทั่วไปนำไปใช้จริง
ส่วนใครเป็นผู้ทดลองให้ก่อนนั้น Apple คงไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงมากนัก
มาช้า แต่ไม่ได้มาด้วยราคาแบบของตกรุ่น
แม้เข้าสู่ตลาดหลังคู่แข่งหลายปี Apple ก็ไม่ได้เลือกใช้ราคาเป็นเครื่องมือจูงใจผู้ซื้อ iPhone Duo มีราคาเริ่มต้น 1,999 ดอลลาร์ อยู่ในระดับเดียวกับคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง และแพงกว่าไอโฟนทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด Reuters
ผู้ซื้อจึงไม่ได้ตัดสินใจเพียงว่าต้องการโทรศัพท์เครื่องใหม่หรือไม่ แต่ต้องตอบให้ได้ด้วยว่า หน้าจอซึ่งกางออกเป็นแท็บเล็ตขนาดเล็กมีประโยชน์ต่อชีวิตมากเพียงใด
การอ่านหนังสือ ชมวิดีโอ เปิดเอกสาร หรือทำงานสองแอปพร้อมกันบนหน้าจอใหญ่ขึ้นย่อมสะดวกกว่า แต่ความสะดวกยังไม่เท่ากับความจำเป็น โดยเฉพาะเมื่อราคาของมันสูงพอจะซื้อโทรศัพท์และแท็บเล็ตแยกกันได้
นี่เป็นโจทย์ที่โทรศัพท์พับได้ยังตอบไม่ชัดเจนตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผู้คนมองเห็นว่าเทคโนโลยีนี้น่าสนใจ แต่ยังไม่แน่ใจว่าต้องมีไว้ใช้หรือไม่
Apple กำลังเดิมพันว่าแบรนด์ iPhone และระบบที่บริษัทสร้างมานาน จะช่วยขยับความรู้สึกของผู้บริโภคจากคำว่า “น่าลอง” ไปสู่คำว่า “น่าซื้อ”
การเดิมพันครั้งนี้มีราคาสูง และผู้บริโภคคือผู้จ่าย
ความว้าวในวันที่สมาร์ตโฟนเริ่มน่าเบื่อ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สมาร์ตโฟนพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง กล้องถ่ายภาพได้ดีขึ้น ชิปทำงานเร็วขึ้น หน้าจอสว่างขึ้น และแบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้น แต่ประสบการณ์โดยรวมไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก โทรศัพท์ยังคงเป็นแผ่นกระจกสี่เหลี่ยมที่เราแตะและเลื่อนอยู่ทุกวัน
งานเปิดตัวโทรศัพท์รุ่นใหม่จึงมักเต็มไปด้วยตัวเลขที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ความรู้สึกตื่นเต้นกลับลดลง
iPhone Duo เข้ามาในช่วงที่ตลาดกำลังต้องการสิ่งซึ่งมองเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทันที การกางโทรศัพท์ออกเป็นหน้าจอขนาดใหญ่ไม่ได้เป็นนวัตกรรมใหม่สำหรับอุตสาหกรรม แต่เป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับผู้ใช้ iPhone ซึ่งไม่เคยได้รับตัวเลือกนี้มาก่อน
ความว้าวจึงไม่ได้เกิดจากการที่ Apple สร้างสิ่งซึ่งโลกไม่เคยเห็น หากเกิดจากการนำสิ่งที่มีอยู่แล้วเข้ามาอยู่ในโลกของ Apple ซึ่งมีผู้ใช้จำนวนมหาศาลรออยู่
เมื่อ Apple เข้าสู่ตลาด นักพัฒนาแอป ผู้ผลิตอุปกรณ์เสริม และผู้ให้บริการต่างๆ ก็มีเหตุผลมากขึ้นที่จะปรับผลิตภัณฑ์ของตน ให้รองรับหน้าจอพับได้ เทคโนโลยีที่เคยอยู่เฉพาะในโทรศัพท์บางกลุ่มจึงอาจขยายตัวได้เร็วขึ้น แม้ผู้ที่ทำงานหนักในช่วงเริ่มต้นจะเป็นบริษัทอื่นก็ตาม
ผู้มาทีหลังอาจเป็นผู้เปลี่ยนตลาด
iPhone Duo ยังต้องพิสูจน์อีกมาก ทั้งเรื่องความทนทาน ประโยชน์ในการใช้งานจริง และเหตุผลที่ผู้บริโภคควรจ่ายเงินเกือบ 2,000 ดอลลาร์ โทรศัพท์เครื่องนี้อาจกลายเป็นเพียงสินค้าราคาแพงสำหรับคนกลุ่มเล็ก หรืออาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้โทรศัพท์พับได้เข้าสู่ตลาดวงกว้าง
สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ Apple ไม่ได้ทำให้โทรศัพท์พับได้กลายเป็นจริง เพราะบริษัทอื่นทำสำเร็จมาหลายปีแล้ว สิ่งที่ Apple กำลังพยายามทำคือ ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าโทรศัพท์พับได้ควรกลายเป็นเรื่องปกติ
ในโลกเทคโนโลยี ผู้ที่มาถึงก่อนต้องรับภาระพิสูจน์ว่าสิ่งหนึ่งสามารถสร้างขึ้นได้ ส่วนผู้ที่มาทีหลังอาจได้รับโอกาสพิสูจน์ว่าสิ่งนั้นควรถูกใช้ต่อไป
หาก iPhone Duo ประสบความสำเร็จ Apple ก็จะทำสิ่งที่บริษัทถนัดอีกครั้ง—มาทีหลัง ตั้งราคาแพง และทำให้เทคโนโลยีซึ่งมีอยู่มานาน ดูเหมือนเพิ่งสมบูรณ์เมื่อมีโลโก้ Apple ปรากฏอยู่บนเครื่อง



