"นี่คือปี 2026 ไม่ใช่ปี 1946"
ผู้นำแอฟริกาหลายประเทศใช้เวทีสมัชชาใหญ่ทวงถามที่นั่งถาวรในคณะมนตรีความมั่นคง ประธานาธิบดีเคนยา William Ruto ประกาศตรง ๆ ว่า ทุกชาติเท่าเทียมกันภายใต้กฎบัตร UN แต่ความเท่าเทียมนั้นสิ้นสุดลงที่ประตูคณะมนตรีความมั่นคง ขณะที่ประธานาธิบดีเอธิโอเปีย Taye Atske Selassie ตั้งคำถามว่า โลกที่มีมโนธรรมจะอธิบายการปฏิเสธสิทธิของชาวแอฟริกัน 1.6 พันล้านคนในการมีตัวแทนอย่างเท่าเทียมได้อย่างไร
แม้แต่กูเตอร์เรสเองก็ร่วมวง โดยเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งศตวรรษที่ 21 ที่ไม่มีที่นั่งถาวรให้แอฟริกาเป็นเรื่องอยุติธรรมและปกป้องไม่ได้
โครงสร้างคณะมนตรีฯ ยังคงเดิมมาตั้งแต่ปี 1945 — 5 สมาชิกถาวรที่มีสิทธิยับยั้ง (สหรัฐฯ รัสเซีย ฝรั่งเศส อังกฤษ จีน) ส่วนแอฟริกาที่มี 54 ประเทศสมาชิก มีเพียงที่นั่งหมุนเวียนแบบไม่ถาวร 3 ที่นั่งเท่านั้น
เมื่อโลกมุสลิมก็ทวงที่นั่งเช่นกัน
คำถามเรื่องตัวแทนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ทวีป องค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ซึ่งมีสมาชิก 57 ประเทศ เคยยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ข้อเสนอปฏิรูปคณะมนตรีความมั่นคงใด ๆ ที่ไม่รับประกันตัวแทนของประชาชาติมุสลิมอย่างเพียงพอ จะไม่เป็นที่ยอมรับของโลกมุสลิม โดยผู้แทนถาวรปากีสถานเป็นผู้กล่าวถ้อยแถลงในนาม OIC ที่สำนักงานใหญ่ UN
แต่ข้อเรียกร้องนี้เจอแรงต้านจากมุม G4 (บราซิล เยอรมนี อินเดีย ญี่ปุ่น) ที่ ปฏิเสธการจัดสรรที่นั่งคณะมนตรีฯ บนพื้นฐานศาสนา โดยยืนยันว่าหลักการที่ยอมรับกันมาคือตัวแทนตามภูมิภาค ไม่ใช่ตามศาสนา ความต่างของจุดยืนนี้สะท้อนว่า แม้แอฟริกาจะรวมพลังกันได้ในนามทวีปเดียว แต่โลกมุสลิมที่กระจายอยู่หลายทวีปกลับเผชิญอุปสรรคเชิงโครงสร้างที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
อาเซียน: หนุนการปฏิรูป แต่ยังไม่มีจุดยืนร่วม
ฝั่งอาเซียนไม่ได้เรียกร้องที่นั่งถาวรในนามภูมิภาคแบบแอฟริกาหรือ OIC แต่หนุนแนวคิดปฏิรูปในหลายเวทีทวิภาคี มาเลเซียเคย ยืนยันร่วมกับญี่ปุ่นว่าคณะมนตรีความมั่นคงต้องสะท้อนความเป็นจริงทางภูมิรัฐศาสตร์ของศตวรรษที่ 21 ผ่านการขยายทั้งที่นั่งถาวรและไม่ถาวร และล่าสุดยัง ต้อนรับข้อเรียกร้องปฏิรูปของอินเดียระหว่างการเยือนกัวลาลัมเปอร์ของนายกฯ โมดี
สิ่งที่อาเซียนทำได้จริงในปีนี้กลับเป็นเรื่องเล็กกว่านั้นมาก — การได้ที่นั่งไม่ถาวรคืนให้ฟิลิปปินส์ ซึ่งจะทำให้ภูมิภาคนี้กลับมามีตัวแทนในคณะมนตรีฯ อีกครั้งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เวียดนามหมดวาระปี 2021 นั่นคือระยะห่างระหว่างสิ่งที่แอฟริกาเรียกร้อง (ที่นั่งถาวรมีสิทธิยับยั้ง) กับสิ่งที่อาเซียนได้ (ที่นั่งหมุนเวียน 2 ปี ไม่มีสิทธิยับยั้ง)
เก้าอี้เลขาธิการที่กำลังจะว่างก็สะท้อนปัญหาเดียวกัน
ระหว่างที่โลกถกเถียงเรื่องคณะมนตรีความมั่นคง การคัดเลือกเลขาธิการ UN คนที่ 10 ก็กำลังดำเนินไปคู่ขนาน ผู้สมัคร 8 คนที่ได้รับการเสนอชื่อล้วนมาจากละตินอเมริกา เพราะตามธรรมเนียมไม่เป็นทางการถือว่าเป็นคิวของภูมิภาคนี้ — ไม่มีผู้สมัครจากโลกมุสลิมหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แม้แต่คนเดียวในรายชื่อ
คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ
โจทย์ของแอฟริกาคือรวมเสียง 54 ประเทศให้เป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จ แต่ต้องเจรจาให้ลงตัวว่าใครจะเป็นตัวแทนถือที่นั่งนั้น โจทย์ของ OIC คือการเรียกร้องบนฐานศาสนาที่ขัดกับกติกาเดิมของ UN เอง ส่วนโจทย์ของอาเซียนคือภูมิภาคที่ยังไม่เคยแม้แต่จะตั้งคำถามนี้อย่างจริงจังในนามรวม
ทั้งสามกลุ่มต่างเป็นส่วนหนึ่งของ "โลกใต้" (Global South) ที่มีประชากรรวมกันกว่าครึ่งโลก แต่กลับไม่มีเสียงในห้องที่ตัดสินสงครามและสันติภาพ คำถามคือ เมื่อกูเตอร์เรสจากไปและเลขาธิการคนใหม่เข้ามา โครงสร้างอำนาจปี 1945 จะยังคงอยู่ต่อไปอีกกี่ทศวรรษ



