← บทความทั้งหมดRosenun.com
วารสารอิสระเพื่อความรู้และสังคมKUALA LUMPUR · OCTOBER 2026
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อาเซียนกำลังเปิดประตูให้เมียนมากลับมา?

หลังถูกโดดเดี่ยวทางการทูตมานานกว่าห้าปี รัฐบาลเมียนมาที่กองทัพมีบทบาทนำกำลังได้รับโอกาสกลับเข้าสู่การเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านและสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง แต่การเปิดช่องทางการทูตจะนำไปสู่สันติภาพ หรือแค่ทำให้รัฐบาลที่ยังเผชิญสงครามภายในประเทศได้รับการยอมรับมากขึ้น?

โดย Rosenun·24 Oct 2026·2 นาทีในการอ่าน·90 ครั้งที่อ่าน
อาเซียนกำลังเปิดประตูให้เมียนมากลับมา?


1. ไทยส่งสัญญาณว่าไม่ควรโดดเดี่ยวเมียนมา

ความเคลื่อนไหวล่าสุดที่อาจเปลี่ยนทิศทางการทูตของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2026 เมื่อสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ให้สัมภาษณ์ Reuters ว่าประเทศไทยสนับสนุนการกลับมาพูดคุยระหว่างสหรัฐอเมริกากับเมียนมา

ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ จัดการหารือกับรัฐบาลเมียนมาที่กองทัพสนับสนุนเป็นครั้งที่สองภายในระยะเวลาหนึ่งเดือน โดยการพบกันครั้งล่าสุดจัดขึ้นที่กรุงโตเกียวเมื่อประมาณสองสัปดาห์ก่อน

สีหศักดิ์ให้เหตุผลว่าไทยไม่ต้องการให้เมียนมาถูกโดดเดี่ยว หรือกลายเป็นพื้นที่แข่งขันอิทธิพลระหว่างมหาอำนาจ แต่ย้ำว่าการพูดคุยไม่ได้หมายถึงการรับรองความชอบธรรมของรัฐบาล และควรมุ่งไปสู่การแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติและการปรองดองกับฝ่ายต่อต้าน

นี่เป็นถ้อยแถลงที่มีความหมายทางการเมืองมากกว่าการสนับสนุนการเจรจาตามปกติ นับตั้งแต่กองทัพเมียนมายึดอำนาจในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ประเทศเผชิญทั้งสงครามภายใน การต่อต้านทางการเมือง วิกฤตมนุษยธรรม และความโดดเดี่ยวจากประชาคมระหว่างประเทศ

อาเซียนเองก็เผชิญความยากลำบากในการจัดการกับสมาชิกประเทศหนึ่งที่รัฐบาลไม่สามารถสร้างฉันทามติทางการเมืองภายใน และยังคงใช้กำลังทหารในความขัดแย้งกับฝ่ายต่อต้าน แต่เมื่อเวลาผ่านไปกว่าห้าปี ความพยายามกดดันและจำกัดการมีส่วนร่วมทางการทูตยังไม่สามารถนำไปสู่การยุติสงครามได้

คำถามจึงเริ่มเปลี่ยนจากการพิจารณาว่าควรติดต่อกับรัฐบาลเมียนมาหรือไม่ ไปสู่การถามว่าการติดต่อแบบใดจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นจริง

2. จากการโดดเดี่ยวสู่การเจรจา: อาเซียนกำลังเปลี่ยนท่าทีหรือไม่?

นับตั้งแต่รัฐประหารปี 2021 อาเซียนใช้มาตรการจำกัดการเข้าร่วมประชุมระดับสูงของผู้แทนทางการเมืองจากเมียนมา ขณะที่พยายามผลักดันฉันทามติห้าข้อ ซึ่งรวมถึงการยุติความรุนแรง การเจรจาระหว่างทุกฝ่าย และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการตามฉันทามติดังกล่าวยังมีข้อจำกัดอย่างมาก

ปัญหาสำคัญคืออาเซียนไม่มีเครื่องมือบังคับใช้ที่เข้มแข็งเพียงพอ อีกทั้งประเทศสมาชิกยังมีผลประโยชน์และความกังวลต่อเมียนมาแตกต่างกัน

ประเทศที่มีพรมแดนติดกับเมียนมา เช่น ไทย ต้องรับมือกับผลกระทบด้านผู้ลี้ภัย การค้าชายแดน ความมั่นคง และอาชญากรรมข้ามชาติอย่างใกล้ชิด ขณะที่ประเทศสมาชิกอื่นอาจให้ความสำคัญกับหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในและความน่าเชื่อถือของอาเซียนในระดับที่แตกต่างกัน

การรักษาจุดยืนร่วมกันจึงเป็นเรื่องยาก

ในการให้สัมภาษณ์ครั้งล่าสุด สีหศักดิ์ระบุว่าเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงบางประการในท่าทีของอาเซียน โดยยกตัวอย่างการเดินทางเยือนลาว กัมพูชา เวียดนาม ไทย และมาเลเซียของมิน อ่อง หล่าย

เขาคาดว่าการประชุมสุดยอดอาเซียนที่กรุงมะนิลาในเดือนพฤศจิกายนจะมีการหารืออย่างจริงจังเกี่ยวกับอนาคตของความสัมพันธ์กับเมียนมา แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะมีการพิจารณาคืนสิทธิการเข้าร่วมประชุมระดับสูงอย่างเต็มรูปแบบหรือไม่

ความแตกต่างระหว่างสองเรื่องนี้สำคัญมาก การเพิ่มช่องทางการเจรจาไม่จำเป็นต้องหมายถึงการคืนสถานะทางการเมืองให้รัฐบาลเมียนมา อาเซียนอาจติดต่อกับรัฐบาลเพื่อผลักดันการหยุดยิง การส่งความช่วยเหลือ หรือการเจรจากับฝ่ายต่อต้าน โดยยังคงมาตรการจำกัดการเข้าร่วมประชุมระดับผู้นำไว้ได้

แต่หากการฟื้นความสัมพันธ์ดำเนินไปโดยไม่มีเงื่อนไขด้านความรุนแรงและกระบวนการทางการเมือง ก็อาจถูกมองว่าเป็นการยอมรับรัฐบาลก่อนที่จะเกิดความคืบหน้าอย่างแท้จริง นี่คือจุดที่อาเซียนต้องตัดสินใจอย่างระมัดระวัง

3. ทำไมสหรัฐฯ จึงกลับมาพูดคุยกับเมียนมา?

การกลับมามีปฏิสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันกับรัฐบาลเมียนมาเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้สถานการณ์ครั้งนี้แตกต่างจากช่วงหลังรัฐประหารใหม่ ๆ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ ใช้มาตรการคว่ำบาตรและแรงกดดันทางการทูตต่อผู้นำกองทัพเมียนมา ขณะที่รัฐบาลเมียนมาพยายามรักษาความสัมพันธ์กับประเทศที่ยังเปิดช่องทางติดต่อ รวมถึงจีนและรัสเซีย

เมียนมามีความสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์จากที่ตั้งระหว่างจีน อินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งมีทางออกสู่มหาสมุทรอินเดียผ่านอ่าวเบงกอลและทะเลอันดามัน

สำหรับจีน เมียนมาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงชายแดน การค้า และโครงการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน

สำหรับอินเดีย เมียนมาเกี่ยวข้องกับความมั่นคงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและการเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ส่วนสหรัฐฯ มีผลประโยชน์ทั้งด้านเสถียรภาพของภูมิภาค การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ และประเด็นสิทธิมนุษยชน

การที่วอชิงตันกลับมาพูดคุยจึงอาจสะท้อนการประเมินว่าการไม่ติดต่อกับรัฐบาลเมียนมาเลยไม่ได้ช่วยให้สหรัฐฯ มีอิทธิพลต่อพัฒนาการภายในประเทศมากนัก

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าการกลับมาพูดคุยครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อแย่งอิทธิพลจากจีน เพราะการติดต่อทางการทูตอาจมีวัตถุประสงค์หลายประการ ทั้งการลดความขัดแย้ง การเข้าถึงข้อมูล และการเปิดช่องทางเจรจา

ประเด็นที่ต้องติดตามคือสหรัฐฯ จะกำหนดเงื่อนไขใดในการยกระดับความสัมพันธ์ และจะประสานท่าทีกับอาเซียนอย่างไร

หากประเทศมหาอำนาจเริ่มเจรจากับเมียนมาโดยตรงมากขึ้น อาเซียนอาจเผชิญแรงกดดันให้ปรับวิธีดำเนินนโยบายของตนเอง

แต่ในอีกด้านหนึ่ง การมีหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้องอาจเพิ่มโอกาสสร้างช่องทางเจรจา หากทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการยุติความรุนแรงมากกว่าการแข่งขันอิทธิพล

4. มาเลเซียกับคำถามที่ยากกว่าการฟื้นความสัมพันธ์

Aid interrupted: what Myanmar’s crisis reveals about humanitarian system’s fragility - Alternatives Humanitaires

ความเปลี่ยนแปลงทางการทูตไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในไทย

ก่อนหน้านี้เมื่อต้นเดือนตุลาคม มิน อ่อง หล่ายเดินทางเยือนมาเลเซียเพื่อหารือกับนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแผนส่งชาวเมียนมาประมาณ 5,000 คนกลับประเทศเป็นระยะ ๆ 

Associated Press รายงานว่าหน่วยงานผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติและองค์กรสิทธิมนุษยชนเตือนถึงความเสี่ยงที่ผู้ถูกส่งกลับอาจเผชิญการประหัตประหารหรือการเกณฑ์ทหารในประเทศที่ยังมีสงคราม

รัฐบาลมาเลเซียให้เหตุผลว่าการส่งกลับเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามทาง การทูต และเมียนมาต้องรับผิดชอบต่อพลเมืองของตน ขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของผู้ถูกส่งกลับ

กรณีนี้แสดงให้เห็นความซับซ้อนของการฟื้นความสัมพันธ์ได้อย่างชัดเจน

สำหรับรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้าน การติดต่อกับผู้มีอำนาจในเมียนมาอาจจำเป็นต่อการจัดการปัญหาชายแดน การอพยพ และความมั่นคง

แต่สำหรับผู้ที่หลบหนีจากความขัดแย้ง การเพิ่มความร่วมมือระหว่างรัฐบาลอาจสร้างความกังวลว่าเรื่องความปลอดภัยและสิทธิของตนจะถูกลดความสำคัญลง

การเจรจาทางการทูตจึงไม่สามารถวัดความสำเร็จได้จากจำนวนการพบปะหรือการเดินทางเยือนระหว่างผู้นำเท่านั้น

ต้องพิจารณาด้วยว่าความร่วมมือดังกล่าวส่งผลต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามอย่างไร

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การส่งบุคคลกลับประเทศต้องได้รับการพิจารณาภายใต้หลักการคุ้มครองผู้ที่อาจเผชิญอันตรายร้ายแรงเมื่อเดินทางกลับ ไม่ใช่เพียงข้อตกลงระหว่างรัฐบาลสองฝ่าย

หากอาเซียนต้องการให้การฟื้นความสัมพันธ์มีความน่าเชื่อถือ ประเด็นมนุษยธรรมและการคุ้มครองพลเรือนจำเป็นต้องเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเจรจาตั้งแต่ต้น

5. การเจรจาที่ไม่มีฝ่ายต่อต้าน จะสร้างสันติภาพได้จริงหรือ?

แม้การกลับมาพูดคุยกับรัฐบาลเมียนมาอาจช่วยเปิดช่องทางทางการทูต แต่ปัญหาพื้นฐานยังคงอยู่ นั่นคือความขัดแย้งภายในประเทศไม่ได้มีเพียงรัฐบาลกับฝ่ายค้านทางการเมืองกลุ่มเดียว

เมียนมามีกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธหลายองค์กร กองกำลังต่อต้านที่เกิดขึ้นหลังรัฐประหาร และเครือข่ายการเมืองที่มีเป้าหมายแตกต่างกัน

การสร้างข้อตกลงกับรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียวจึงไม่อาจรับประกันว่าจะนำไปสู่การหยุดยิงหรือการปรองดองทั่วประเทศ

ในบางพื้นที่ อำนาจการควบคุมดินแดนยังแตกต่างจากโครงสร้างอำนาจที่รัฐบาลกลางประกาศอย่างเป็นทางการ

ความซับซ้อนนี้ทำให้การเจรจาสันติภาพจำเป็นต้องมีรูปแบบที่ครอบคลุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมากกว่าการพบกันระหว่างรัฐบาลกับต่างประเทศ

การเปิดช่องทางติดต่อกับรัฐบาลเมียนมาอาจเป็นจุดเริ่มต้น แต่ยังไม่เพียงพอหากไม่มีความคืบหน้าในประเด็นสำคัญ เช่น การลดความรุนแรง การเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การคุ้มครองพลเรือน และการเปิดพื้นที่ให้ฝ่ายต่าง ๆ เข้าร่วมกระบวนการทางการเมือง

ในทางกลับกัน การปฏิเสธการติดต่อทุกประเภทก็อาจทำให้การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ยากขึ้นเช่นกัน

ความท้าทายจึงอยู่ที่การออกแบบการเจรจาที่ไม่เปลี่ยนการมีส่วนร่วมทางการทูตให้กลายเป็นรางวัลทางการเมืองโดยไม่มีเงื่อนไข

อาเซียนอาจจำเป็นต้องกำหนดหลักเกณฑ์ที่ตรวจสอบได้ว่า ความสัมพันธ์ระดับใดควรเชื่อมโยงกับความคืบหน้าเรื่องใด

ตัวอย่างเช่น การขยายช่องทางหารือด้านมนุษยธรรมอาจดำเนินการได้โดยไม่ต้องคืนสถานะการเข้าร่วมประชุมระดับผู้นำ ขณะที่การยกระดับความสัมพันธ์ทางการเมืองอาจต้องพิจารณาจากความคืบหน้าที่เกิดขึ้นจริง

แนวทางเช่นนี้อาจช่วยให้อาเซียนรักษาทั้งความสามารถในการเจรจาและความน่าเชื่อถือของหลักการที่เคยประกาศไว้

บทสรุป: ประตูที่เปิดออก จะนำไปสู่สันติภาพหรือความชอบธรรม?

ความเคลื่อนไหวทางการทูตในเดือนตุลาคม 2026 กำลังส่งสัญญาณว่าแนวทางต่อเมียนมาอาจเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน

สหรัฐฯ กลับมาพูดคุยกับรัฐบาลเมียนมา ไทยแสดงการสนับสนุนการติดต่อดังกล่าว และผู้นำเมียนมาเดินทางเยือนหลายประเทศในอาเซียน ขณะที่การประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือนพฤศจิกายนกำลังใกล้เข้ามา

แต่การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ยังไม่ได้หมายความว่าสงครามกำลังจะยุติ หรือรัฐบาลเมียนมาจะได้รับการยอมรับอย่างเต็มรูปแบบในเร็ววัน

การเปิดประตูทางการทูตอาจสร้างโอกาสใหม่สำหรับการเจรจา แต่ก็อาจสร้างความเสี่ยงหากความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกลับสู่ภาวะปกติโดยที่ความรุนแรงและวิกฤตมนุษยธรรมยังไม่คลี่คลาย

สำหรับอาเซียน นี่อาจเป็นบททดสอบสำคัญของความสามารถในการจัดการปัญหาภายในภูมิภาคของตนเอง

หากอาเซียนสามารถใช้ช่องทางการเจรจาเพื่อผลักดันการลดความรุนแรงและกระบวนการทางการเมืองที่ครอบคลุม ก็อาจพิสูจน์ได้ว่าการทูตยังเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ

แต่หากการฟื้นความสัมพันธ์เกิดขึ้นโดยไม่มีความเปลี่ยนแปลงต่อชีวิตของประชาชนเมียนมา ความสำเร็จทางการทูตก็อาจเป็นเพียงภาพลักษณ์ภายนอก

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าอาเซียนควรเปิดประตูให้เมียนมากลับมาหรือไม่ แต่คือใครจะได้รับประโยชน์จากประตูที่กำลังเปิดออก  ประชาชนที่ต้องการสันติภาพ หรือรัฐบาลที่ต้องการการยอมรับจากนานาชาติ

แหล่งอ้างอิง

1. Reuters. (2026, October 23). Thailand welcomes US-Myanmar engagement, expects ASEAN talks on country's future. 

https://www.reuters.com/world/asia-pacific/thailand-welcomes-us-myanmar-engagement-expects-asean-talks-countrys-future-2026-10-23/

2. The Nation Thailand. (2026, October 24). Thailand backs US-Myanmar talks before November ASEAN summit. https://www.nationthailand.com/news/asean/40072668? 

3. Associated Press. (2026, October). Myanmar military leader arrives in Malaysia as repatriations draw criticism. https://apnews.com/article/min-aung-hlaing-malaysia-anwar-rohingya-34a65fe203c37131d33965c680699082 

4. Associated Press. (2026, October 24). Myanmar's detained leader Suu Kyi traded health concerns with her son in their first call in 5 years. https://apnews.com/article/myanmar-suu-kyi-kim-aris-phone-call-00c4a716b57888c75e1a3015fb7028e6